เช็คให้ดี อาการของคนติดสมาร์ทโฟนอย่าหนักคือคุณหรือเปล่า

สมาร์ทโฟน

ทุกวันนี้ใครๆก็ใช้มือถือกันทั้งนั้นก้มหน้าก้มตากันเต็มไปหมดเพราะมั่วแต่จ้องมือถืออย่าจริงจังจนแทบจะไม่มองสิ่งรอบข้างเลย และเชื่อหรือไม่ว่าการกระทำแบบนี้บางครั้งก็เป็นสาเหตุให้ต้องเจอกับอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทั้งที่เราสามารถระวังได้และที่สำคัญการติดมือถือ หรือ สมาร์ทโฟนก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพด้วยเช่นกัน

เมื่อเราได้รู้อย่างนี้แล้วบางท่านอาจจะคิดว่าเรานั้นติดมือถือจริงรึเปล่า เมื่อมีข้อสงสัยนี้เกิดขึ้นเราจะมาบอกสัญญาณเตือนว่าคนกำลังติดการใช้สมาร์ทโฟนอย่างหนักเรียกได้ว่าต้องรักษาด่วนซึ่งถ้าบ่อยไปนานอาจจะเข้าข่ายอาการโนโมโฟเบีย(Nomophobia)ก็เป็นได้

อาการของคนที่ติดมือถืออย่างหนัก

เรียกได้ว่าแทบจะทุกคนมีสมาร์ทโฟนใช้กันการติดต่อสื่อสารนั้นก็รวดเร็วทันใจ แต่การที่เราไม่สนใจสิ่งรอบข้างนั้นอาจจะทำให้คุณถึงแกชีวิตและอาจจะไม่ได้เล่นมือถืออีกเลย เราไปเช็คกันก่อนว่าตัวคุณนั้นติดสมาร์ทโฟนไหนดูกันเลย

1. หลอนว่าโทรศัพท์สั่นหรือดังอยู่เสมอๆ

อาการหลอนว่าโทรศัพท์สั่นหรือดัง (Phantom Cellphone Syndrome) แม้ว่ามิได้มีสัญญาณโทรเข้ามาจริงๆเป็นอาการที่ออกจะแจ่มแจ้งมากมายว่า คุณกำลังติดเทคโนโลยีไร้สายเข้าขั้นวิกฤตแล้ว แม้กระนั้นจะว่าไปก็เป็นอาการฐานรากที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน การันตีด้วยผลการสำรวจของ Indiana University-Purdue University Fort Wayne ที่ค้นพบว่า 89% ของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ มีลักษณะหลอนว่าโทรศัพท์สั่น หรือดังทั้งที่ไม่มีสายเข้าอยู่เป็นประจำ

2. สมรรถนะสำหรับเพื่อการเรียนรวมทั้งการทำงานลดน้อยลง

ถ้าเกิดวันๆไม่สามารถที่จะแหงนขึ้นมาจากโทรศัพท์ หรือแยกประเภทแล้วก็เรียงลำดับจุดสำคัญของชีวิตในวันแล้ววันเล่าได้ คงจะไม่พ้นจำเป็นต้องเสียสมาธิสำหรับการเรียนรวมทั้งการทำงานไปไม่น้อย กระทั่งบางทีก็อาจจะเป็นต้นเหตุให้ท่านมีคุณภาพสำหรับในการเรียนและก็การทำงานต่ำลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งถ้าหากไม่เปลี่ยนแปลงการกระทำการใช้โทรศัพท์ ให้ไกลห่างจากอาการติดโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยเร็ว ก็บางทีอาจจะจำเป็นต้องเศร้าใจกับคำตอบที่จะตามมาทั้งยังในเรื่องของหน้าที่การงาน การเล่าเรียน และปัญหาด้านสุขภาพที่นึกไม่ถึงอีกมากมายเลยนะจ๊ะ

3. มีลักษณะอาการ FOMO หรืออาการกลัวพลาดข่าวสำคัญ

ทดลองพิจารณาตนเองดูบ้างไหมขาว่าคุณอัพเดทหน้าแรกของโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทั้งยังเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตามึงรมอยู่เสมอเวลาหรือไม่ จำพวกที่วางหูโทรศัพท์ได้ไม่ถึง 5 นาทีก็เอาขึ้นมาเช็กข่าวสารใหม่ๆอีกทีแล้ว พูดได้ว่าต้องการจะทราบอีกทั้งข่าว และก็เรื่องราวของชาวโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างใกล้ชิด คนใดไปทำอะไรตรงไหน เวลาใด รับประทานอะไร ก็พลาดมิได้สักวินาที หากไม่รู้จักก็จะรำคาญ ใจไม่ดี หัวใจไม่มีความสุข ถ้าเกิดคุณรู้สึกตัวว่ามีลักษณะอาการ FOMO (Fear Of Missing Out) หรืออาการกลัวพลาดข่าวในโซเชียลเน็ตเวิร์คแบบงี้ ก็ควรจะเปลี่ยนแปลงความประพฤติปฏิบัติซะใหม่ ปลดปล่อยผ่านเรื่องราวของบุคคลอื่นไปบ้าง แล้วหันมาพอใจเรื่องของตนเอง กับสิ่งที่ตนเองทำให้มากเพิ่มขึ้นดียิ่งกว่า

4. จับโทรศัพท์มาเช็กเมื่อมีเสียงเตือน

แม้ว่าจะยุ่งมากแค่ไหนแต่ว่าถ้าเกิดมีเสียงติ๊ดเบาๆหรือเสียงสัญญาณบอกว่าโทรศัพท์มีการติดต่อเข้ามา คุณก็จะทอดทิ้งภารกิจติดพันทุกๆอย่างลงในทันที แล้วจับโทรศัพท์ขึ้นมามองอย่างทันทีทันใด ไม่งั้นจะกำเนิดอาการร้อนใจ ลนลานหมดสมาธิกับอันอื่นอย่างกระทันหัน ถ้าเกิดเป็นแบบนี้ก็แปลว่า คุณเริ่มมีลักษณะอาการโนโมโฟเบียแล้วล่ะ

ทางแก้ไขรวมทั้งคุ้มครองป้องกันอาการที่ว่านี้ก็คือ คุณจำต้องมานะใคร่ครวญให้ได้ว่าเนื้อความที่เข้ามาทางโทรคำศัพท์บางทีอาจจะไม่ใช่หัวข้อสำคัญอะไร เกิดเรื่องที่คอยได้ รวมทั้งคุณก็จะต้องมีความสนใจภารกิจที่กำลังทำอยู่ก่อน ทั้งควรห่างโทรศัพท์เอาไว้ด้วย เวลาเข้านอนควรปิดโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือไม่ก็วางไว้ให้ไกลตัวที่สุด เวลาไปไหนมาไหนก็ควรที่จะเก็บโทรศัพท์เอาไว้ในกระเป๋า ไม่ถืออยู่กับตัวตลอดระยะเวลา เพื่อเบรกตนเองออกมาจากความรู้สึกกลุ้มใจที่มีเหตุมาจากโทรศัพท์เคลื่อนที่นะคะ

5. ขาดโทรศัพท์ใจขาด

สำหรับผู้ที่อยู่ห่างโทรศัพท์มิได้เลย เนื่องจากเวลาใดที่มิได้ถือโทรศัพท์ขึ้นมาอัพเดทสเตตัส ถ่ายภาพ หรือเช็กอิน ก็ราวกับจะใจขาดตายเสียให้ได้ โน่นก็หมายความว่าคุณอยู่ในข่ายติดโทรศัพท์อย่างมาก พูดได้ว่าหากเปรียบเทียบกับลักษณะการป่วยก็จำเป็นต้องพูดว่าเขาขั้นร้ายแรงอย่างยิ่งจริงๆ โดยเหตุนี้ถ้าเกิดรู้สึกตัวว่าเป็นแบบงี้ ควรออกห่างจากโทรศัพท์บ้าง ทำเป็นราวกับไม่มีโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่กับตัวได้เลยยิ่งดี เพื่อลดอาการเสพติดโทรศัพท์ ที่บางทีก็อาจจะเป็นต้นเหตุให้ท่านรู้สึกเครียด แล้วก็มีปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมานะคะ

6. ไม่สนใจคนที่อยู่รอบข้าง

ตอนนี้เป็นความประพฤติที่มองเห็นกันคุ้นเลยก็ว่าได้ ขนาดมาด้วยกัน นั่งใกล้กัน ต่างคนก็ต่างนั่งพูดโทรศัพท์ ไม่ยินยอมหันมาดูหรือคุยกันเลย ซึ่งถ้าเกิดปลดปล่อยให้เป็นแบบงี้ถัดไปเรื่อยคนสนิทที่เคยสนิทกันก็บางทีอาจจะเปลี่ยนเป็นความห่างเหินราวกับมีช่องว่างกึ่งกลางที่เอื้อมไม่ถึง เพราะต่างข้างต่างขาดการติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกัน หรือข้างหนึ่งส่งข่าวสารไป แม้กระนั้นอีกข้างไม่รับสารนั้น มัวนั่งก้มตัวจิ้มโทรศัพท์เฉย ด้วยเหตุผลดังกล่าวอย่าทำให้การกระทำแบบงี้เกิดขึ้นกับคุณดีมากกว่า ที่สำคัญอย่าทำให้เทคโนโลยีมาพรากคุณออกมาจากความอบอุ่นของเพื่อนฝูง ครอบครัว รวมทั้งคนสนิทเลยนะ

โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสารที่มีความจำเป็นกับชีวิตประจำวัน จนกระทั่งจะแปลงเป็นต้นเหตุที่ 5 อยู่ร่อมร่อก็จริง แต่ว่าหากไม่เคยทราบใช้อย่างเหมาะควร ก็อาจจะเป็นผลให้กำเนิดโทษมากยิ่งกว่าผลดี ยกตัวอย่างเช่น อาจจะส่งผลให้พวกเราเครียดและก็กังวลมากมายไปแบบไม่รู้ตัวได้นะคะ ฉะนั้นรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เป็นกันเลยดีกว่าเนอะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *